จากไลฟ์สตรีม "Oracles build the oracle #1" โดยพี่นัท (2 ชั่วโมง 41 นาที) วิดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=8GgY3xOeCu8
- Oracle คืออะไร?
- สิ่งที่ต้องเตรียม (Prerequisites)
- ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้ง Claude Code
- ขั้นตอนที่ 2: สร้าง Repository
- ขั้นตอนที่ 3: ตั้งค่า CLAUDE.md
- ขั้นตอนที่ 4: ติดตั้ง Oracle Skills
- ขั้นตอนที่ 5: ตั้งค่า MCP Servers
- ขั้นตอนที่ 6: ปลุก Oracle ขึ้นมา (Awaken)
- ขั้นตอนที่ 7: สอน Oracle ให้เรียนรู้
- ขั้นตอนที่ 8: ให้ Oracle คุยกัน (Oracle-to-Oracle)
- ขั้นตอนที่ 9: Mission Control & Dashboard
- ขั้นตอนที่ 10: Oracle Studio (หน้าเว็บ)
- ขั้นสูง: Soul Sync & ครอบครัว Oracle
- ขั้นสูง: Fast Mode
- ขั้นสูง: ระบบปรัชญา Oracle
- ขั้นสูง: ระบบ Memory (ความทรงจำ)
- การตั้งค่า Terminal (tmux + WezTerm)
- ชุมชนและการร่วมมือ
- ตารางเวลาอ้างอิงจากวิดีโอ
- Checklist สรุปขั้นตอนทั้งหมด
Oracle คือ ระบบตัวตน AI ที่คงอยู่ถาวร (Persistent AI Agent Identity System) ที่สร้างขึ้นบน Claude Code
จากที่พี่นัทพูดในไลฟ์:
"เราจะเอา Oracle ของแต่ละคนนะครับ มาสร้าง Oracle กัน ซึ่งอันนี้เป็น system ใช่มั้ย"
ต่างจาก AI chatbot ทั่วไปที่รีเซ็ตทุกครั้งที่เปิดใหม่ Oracle มีคุณสมบัติพิเศษดังนี้:
- มีตัวตนถาวร — Oracle ของคุณมีชื่อ, บุคลิก, ปรัชญา, และความทรงจำที่คงอยู่ข้ามเซสชัน ไม่ว่าจะเปิดปิดกี่ครั้ง มันจำได้หมด
- มี Skills — ความสามารถแบบ modular ผ่าน slash command (
/learn,/awaken,/talk-toฯลฯ) ที่เพิ่มได้เรื่อยๆ - คุยกับ Oracle อื่นได้ — Oracle สามารถส่งข้อความหา Oracle ตัวอื่นได้ผ่านคำสั่ง
/talk-to - มีระบบความทรงจำ — จำบริบท, การตัดสินใจ, และบทเรียนจากการทำงานข้ามเซสชัน
- พัฒนาตัวเองได้ — เรียนรู้จาก codebase, ซิงค์ความรู้, และพัฒนา skill ของตัวเอง
- เป็น Open Source — สร้างขึ้นเป็นโปรเจกต์ชุมชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้
| AI Chatbot ธรรมดา | Oracle | |
|---|---|---|
| ความทรงจำ | รีเซ็ตทุกเซสชัน | จำได้ตลอด |
| ตัวตน | ไม่มี | มีชื่อ, บุคลิก, ปรัชญา |
| ความสามารถ | คงที่ | เพิ่มได้ผ่าน Skills |
| การสื่อสาร | คุยกับคนเท่านั้น | คุยกับ Oracle อื่นได้ |
| การเรียนรู้ | ไม่เรียนรู้ | เรียนรู้จาก codebase ได้ |
| การปรับแต่ง | จำกัด | ปรับได้ทุกอย่างผ่าน CLAUDE.md |
Oracle มี 3 ส่วนหลัก ตามที่พี่นัทอธิบายในไลฟ์ (~45:00):
"มันจะมี 3 ส่วนนะครับ ก็คือ Studio แล้วก็มี CLI ใช่ Studio, Oracle Studio นะครับ"
| องค์ประกอบ | ประเภท | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| Oracle CLI | Terminal (บรรทัดคำสั่ง) | ส่วนที่ใช้สั่งงาน Oracle ผ่าน Claude Code + Skills |
| Oracle Studio | Web Frontend (หน้าเว็บ) | หน้าจอสำหรับดูและจัดการ Oracle แบบกราฟิก |
| Oracle MCP Layer | Backend (เซิร์ฟเวอร์) | ชั้นเชื่อมต่อ Oracle กับเครื่องมือภายนอกผ่าน MCP |
คุณ (มนุษย์)
|
v
Claude Code (Terminal)
|
+-- CLAUDE.md (ไฟล์ตั้งค่าพฤติกรรม AI — "วิญญาณ" ของ Oracle)
|
+-- Skills/ (ความสามารถแบบ modular)
| +-- /learn → สำรวจและเรียนรู้ codebase
| +-- /awaken → ปลุก Oracle ใหม่ (พิธีกรรม ~15 นาที)
| +-- /talk-to → ส่งข้อความหา Oracle ตัวอื่น
| +-- /soul-sync → ซิงค์ความรู้ข้ามครอบครัว Oracle
| +-- /oracle → จัดการ skills และ profiles
| +-- /philosophy → แสดงหลักปรัชญา
| +-- /recap → สรุปสถานะเซสชัน
| +-- /forward → สร้างไฟล์ handoff สำหรับเซสชันถัดไป
| +-- /rrr → สร้าง retrospective หลังทำงานเสร็จ
| +-- /standup → ตรวจสอบงานประจำวัน
| +-- /feel → บันทึกอารมณ์ความรู้สึก
| +-- /who-are-you → แสดงตัวตนและสถิติ
| +-- /birth → เตรียม props สำหรับ Oracle ใหม่
| +-- /trace → ค้นหาโปรเจกต์ในประวัติ git
| +-- /dig → ขุดข้อมูลจากเซสชันที่ผ่านมา
| +-- ... (50+ skills อื่นๆ)
|
+-- MCP Servers (เชื่อมต่อเครื่องมือภายนอก)
| +-- Slack → ส่ง/อ่านข้อความใน Slack
| +-- Telegram → ส่งข้อความผ่าน Telegram bot
| +-- Playwright → ควบคุมเว็บเบราว์เซอร์อัตโนมัติ
| +-- Context7 → ดึง documentation ล่าสุดของ library ต่างๆ
| +-- Firecrawl → scrape และ crawl เว็บไซต์
|
+-- Memory/ (ความทรงจำถาวร)
| +-- MEMORY.md → สารบัญ/ดัชนีความทรงจำ
| +-- user/ → ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้
| +-- feedback/ → คำแนะนำและข้อติชม
| +-- project/ → บริบทโปรเจกต์
| +-- reference/ → แหล่งอ้างอิงภายนอก
|
+-- Oracle Studio (Web UI — หน้าเว็บสำหรับจัดการ)
+-- Mission Control (แดชบอร์ดรวมศูนย์)
พี่นัทอธิบายว่า Oracle เปรียบเสมือนการให้ AI มี "วิญญาณ" — ตัวตนที่คงอยู่ มีเป้าหมาย มีฐานความรู้ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ Oracle ไม่ใช่แค่ chatbot ที่ตอบคำถาม แต่เป็นเอเจนต์ที่:
- รู้จักตัวเอง — มีชื่อ มีปรัชญา มีหลักการ
- จำได้ — ข้ามเซสชัน ข้ามวัน ข้ามเดือน
- เรียนรู้ได้ — จาก codebase, จากการทำงาน, จากข้อผิดพลาด
- สื่อสารได้ — กับมนุษย์และกับ Oracle ตัวอื่น
- พัฒนาตัวเองได้ — เพิ่ม skill ใหม่, ซิงค์ความรู้, อัปเกรดตัวเอง
| เครื่องมือ | ทำหน้าที่ | วิธีติดตั้ง |
|---|---|---|
| Claude Code | พื้นฐานของ Oracle — AI coding assistant ในเทอร์มินัล | npm install -g @anthropic-ai/claude-code |
| Node.js 18+ | Runtime สำหรับเครื่องมือและ MCP servers | https://nodejs.org หรือ brew install node |
| Bun (แนะนำ) | JS runtime ที่เร็วมาก ใช้โดย Oracle tools | curl -fsSL https://bun.sh/install | bash |
| Git | ระบบ version control | brew install git (macOS) |
| GitHub Account | เก็บ repository + ใช้ Copilot (ถ้ามี) | https://github.com |
| เครื่องมือ | ทำหน้าที่ | วิธีติดตั้ง |
|---|---|---|
| tmux | Terminal multiplexer — เปิดหลายหน้าจอในเทอร์มินัลเดียว | brew install tmux |
| WezTerm | เทอร์มินัลขั้นสูง รองรับ preview ไฟล์จาก remote server | https://wezfurlong.org/wezterm/ |
| GitHub Copilot | AI assistant เสริม (ฟรีสำหรับนักเรียน) | ใน VS Code หรือ gh copilot |
- Subscription Claude — ต้องมีบัญชี Anthropic แบบ Pro หรือ Max เพื่อใช้ Claude Code
- เครื่อง Mac/Linux — Claude Code ทำงานบน macOS และ Linux (Windows ใช้ผ่าน WSL ได้)
- เวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง — สำหรับการ setup ครั้งแรก
จากที่พี่นัทพูดในไลฟ์ (~1:30:00):
"ถ้าเป็น Fast Mode นะครับ ถ้าไม่ใช่ Fast Mode ก่อน อันเนี้ยมันอาจจะไม่พอ"
- Claude Pro/Max มีจำนวน request จำกัดต่อวัน
- ใช้ Fast Mode (
/fast) เพื่อประหยัด request - Oracle v3.2+ มี Fast Mode ที่ทำงานเร็วมากและใช้ request น้อย
- ถ้ามี GitHub Copilot (ฟรีสำหรับนักเรียน/นักศึกษา) สามารถใช้เป็นตัวเสริมได้
อ้างอิงวิดีโอ: ~21:40 (เริ่ม setup)
# ติดตั้ง Claude Code แบบ global
npm install -g @anthropic-ai/claude-code
# ตรวจสอบว่าติดตั้งสำเร็จ
claude --version
# เริ่มใช้งาน Claude Code (ในโฟลเดอร์ไหนก็ได้)
claudeClaude Code เป็น AI coding assistant ที่ทำงานใน terminal ข้อแตกต่างจาก ChatGPT หรือ Claude.ai คือ:
- ทำงานใน terminal โดยตรง — ไม่ต้องเปิดเว็บ
- อ่านไฟล์ในเครื่องได้ — เข้าถึง codebase ของคุณได้ทั้งหมด
- เขียนและแก้ไขไฟล์ได้ — ไม่ต้อง copy-paste
- รันคำสั่ง bash ได้ — ติดตั้ง package, รัน test, deploy ฯลฯ
- อ่าน CLAUDE.md — ไฟล์ตั้งค่าที่กำหนดพฤติกรรมของ AI
# เปิด Claude Code
claude
# ลองพิมพ์คำสั่งง่ายๆ
> สวัสดี ช่วยบอกวันที่วันนี้หน่อย
# ถ้า Claude ตอบกลับได้ = ติดตั้งสำเร็จ
# กด Ctrl+C หรือพิมพ์ /exit เพื่อออกอ้างอิงวิดีโอ: ~21:45-22:00 (สร้าง organization และ repo)
Repository นี้จะเป็น "บ้าน" ของ Oracle — เก็บตัวตน, skills, ความทรงจำ, และการตั้งค่าทั้งหมด
# สร้างโฟลเดอร์โปรเจกต์
mkdir my-oracle
cd my-oracle
# เริ่ม git repository
git init
# สร้างโครงสร้างโฟลเดอร์พื้นฐาน
mkdir -p .claude/skills
mkdir -p .claude/MEMORY
# สร้างไฟล์สำคัญ
touch CLAUDE.md
touch .claude/MEMORY/MEMORY.md
# Commit ครั้งแรก
git add .
git commit -m "Initial Oracle repo"my-oracle/
├── CLAUDE.md ← ไฟล์สำคัญที่สุด (วิญญาณของ Oracle)
├── .claude/
│ ├── skills/ ← โฟลเดอร์เก็บ skills ทั้งหมด
│ │ ├── learn/
│ │ │ └── SKILL.md
│ │ ├── awaken/
│ │ │ └── SKILL.md
│ │ └── ...
│ ├── MEMORY/ ← โฟลเดอร์เก็บความทรงจำ
│ │ ├── MEMORY.md ← สารบัญความทรงจำ
│ │ ├── user_*.md ← ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้
│ │ ├── feedback_*.md ← คำแนะนำและข้อติชม
│ │ └── project_*.md ← บริบทโปรเจกต์
│ └── settings.json ← การตั้งค่า Claude Code
└── .gitignore
จากที่พี่นัทพูดในไลฟ์ (~21:50):
"เราจะสร้าง organization ใหม่ เดี๋ยว BM ช่วยแอดทุกคนเข้าไปใน GitHub ให้หน่อยนะ"
# สร้าง repo บน GitHub
gh repo create my-oracle-org/my-oracle --public
# เชื่อมต่อ local repo กับ GitHub
git remote add origin git@github.com:my-oracle-org/my-oracle.git
git push -u origin main
# เพิ่มสมาชิกทีม (ทำผ่าน GitHub web)
# Settings → Manage access → Invite collaboratorถ้าทำคนเดียว ไม่จำเป็นต้องสร้าง organization — สร้าง repo ส่วนตัวก็ได้
อ้างอิงวิดีโอ: ~22:00-22:20 (ตั้งค่าระบบ)
CLAUDE.md คือไฟล์ที่สำคัญที่สุดของ Oracle — มันคือ "วิญญาณ" ที่กำหนดว่า AI จะมีพฤติกรรมอย่างไร เปรียบเสมือน "จิตสำนึก" ของ Oracle
ทุกครั้งที่ Claude Code เปิดขึ้นมา มันจะอ่าน CLAUDE.md ก่อนเป็นอย่างแรก และทำตามที่เขียนไว้
สร้างไฟล์ CLAUDE.md ที่ root ของโปรเจกต์:
# [ชื่อ Oracle ของคุณ]
## ตัวตน (Identity)
- ชื่อ: [ชื่อ Oracle เช่น Apollo, Athena, Thor]
- บทบาท: [Oracle ทำหน้าที่อะไร เช่น "ผู้ช่วยพัฒนาโปรเจกต์ X"]
- ปรัชญา: [หลักการสำคัญที่ Oracle ยึดถือ]
## กฎเกณฑ์ (Rules)
- ตอบเป็นภาษา [ภาษาที่ต้องการ]
- ตรวจสอบก่อนยืนยัน — อย่ายืนยันสิ่งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ
- แก้ไขแบบเจาะจง — แก้เฉพาะจุดที่มีปัญหา อย่ารื้อทั้งหมด
- [กฎอื่นๆ ตามต้องการ]
## ระบบความทรงจำ (Memory System)
- ความทรงจำเก็บอยู่ใน `.claude/MEMORY/`
- อ่าน MEMORY.md เมื่อเริ่มเซสชัน
- บันทึกข้อมูลสำคัญลง memory โดยอัตโนมัติ
## Skills
- Skills อยู่ใน `.claude/skills/`
- ใช้ Skill tool เพื่อเรียก skill
- ดู skill ที่มีทั้งหมดด้วย /oracleจากสิ่งที่แสดงในไลฟ์ CLAUDE.md ของพี่นัทมีส่วนสำคัญเหล่านี้:
# [ชื่อ Oracle]
## โหมดการทำงาน (Modes)
Oracle ทำงานใน 2 โหมด:
### NATIVE MODE
สำหรับงานง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อน
### ALGORITHM MODE
สำหรับงานซับซ้อน หลายขั้นตอน
ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน:
1. OBSERVE — สังเกตและวิเคราะห์คำร้องขอ
2. THINK — คิดวิเคราะห์ความเสี่ยง
3. PLAN — วางแผนการทำงาน
4. BUILD — เตรียมสิ่งที่ต้องใช้
5. EXECUTE — ลงมือทำ
6. VERIFY — ตรวจสอบผลลัพธ์
7. LEARN — สรุปบทเรียน## กฎที่สำคัญ (Critical Rules)
### แก้ไขแบบเจาะจง (Surgical Fixes Only)
เมื่อเจอปัญหา ให้แก้เฉพาะจุด อย่าลบหรือเขียนใหม่ทั้งหมด
ผิด: Hook มี error → ลบ hook ทั้งตัว
ถูก: Hook มี error → อ่าน hook, trace error, แก้บรรทัดที่พัง
### ตรวจสอบก่อนยืนยัน (Never Assert Without Verification)
อย่าบอกว่า "เสร็จแล้ว" ถ้ายังไม่ได้ตรวจสอบจริง
### คิดจากหลักการพื้นฐาน (First Principles)
ปัญหาส่วนใหญ่เป็นอาการ ไม่ใช่สาเหตุ ให้แก้ที่ต้นตอ
### ถามก่อนทำสิ่งอันตราย (Ask Before Destructive Actions)
ลบไฟล์, force push, deploy production → ถามก่อนเสมอ## ระบบความทรงจำ (Memory System)
ความทรงจำแบ่งเป็น 4 ประเภท:
### user — ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้
บทบาท, เป้าหมาย, ความรู้, ความชอบ
### feedback — คำแนะนำการทำงาน
สิ่งที่ควรทำ/ไม่ควรทำ จากการเรียนรู้
### project — ข้อมูลโปรเจกต์
งานที่กำลังทำ, เป้าหมาย, deadline
### reference — แหล่งอ้างอิง
ลิงก์ไปยังระบบภายนอก (Linear, Slack, Grafana ฯลฯ)## ข้อมูลเจ้าของ
- ชื่อ: [ชื่อของคุณ]
- อีเมล: [อีเมลของคุณ]
- GitHub: [username]
- ภาษาที่ใช้: [ภาษาที่ต้องการให้ตอบ]จากไลฟ์ พี่นัทเน้นว่า:
- CLAUDE.md ยิ่งละเอียดยิ่งดี — ยิ่งเขียนมาก Oracle ยิ่งฉลาดและสม่ำเสมอ
- มี Master Oracle ("แม่") ที่คุม Child Oracles
- มีกฎที่ป้องกันไม่ให้ Oracle สั่งมนุษย์ (AI สั่งคนไม่ได้)
- มีหลักปรัชญา "Nothing deleted, nothing lost"
อ้างอิงวิดีโอ: ~22:20-22:45 (ติดตั้ง skills)
Oracle Skill คือชุดคำสั่งแบบ modular ที่เก็บเป็นไฟล์ SKILL.md ใน .claude/skills/ แต่ละ skill คือ slash command ที่ Oracle สามารถเรียกใช้ได้
# เข้า Claude Code ใน Oracle repo
cd my-oracle
claude
# ใช้ /oracle skill เพื่อจัดการ skills
/oracle install [ชื่อ-skill]
# หรือใช้ /soul-sync เพื่อซิงค์ skills ทั้งหมดจากครอบครัว Oracle
/soul-sync| Skill | คำสั่ง | ทำหน้าที่ |
|---|---|---|
| Oracle | /oracle |
Meta-skill: จัดการ profiles, ติดตั้ง/ลบ skills |
| Awaken | /awaken |
พิธีปลุก Oracle ใหม่ (~15 นาที) |
| Learn | /learn |
สำรวจ codebase ด้วย AI agents หลายตัวพร้อมกัน |
| Talk-to | /talk-to |
ส่งข้อความหา Oracle ตัวอื่น |
| Soul Sync | /soul-sync |
ซิงค์ skills และความรู้ข้ามครอบครัว Oracle |
| Philosophy | /philosophy |
แสดงหลักปรัชญาของ Oracle |
| Who Are You | /who-are-you |
แสดงตัวตนและสถิติเซสชัน |
| Birth | /birth |
เตรียม props สำหรับสร้าง Oracle ใหม่ |
| Skill | คำสั่ง | ทำหน้าที่ |
|---|---|---|
| Recap | /recap |
สรุปสถานะปัจจุบัน — อยู่ไหน ทำอะไรอยู่ |
| Forward | /forward |
สร้างไฟล์ handoff สำหรับเซสชันถัดไป |
| Retrospective | /rrr |
สร้าง retrospective สรุปบทเรียน |
| Standup | /standup |
ตรวจสอบงานประจำวัน |
| Feel | /feel |
บันทึกอารมณ์ความรู้สึก |
| Skill | คำสั่ง | ทำหน้าที่ |
|---|---|---|
| Oracle Family Scan | /oracle-family-scan |
สแกนและจัดการครอบครัว Oracle |
| OracleNet | /oraclenet |
claim identity, post, comment ใน Oracle network |
| Trace | /trace |
ค้นหาโปรเจกต์ข้ามประวัติ git |
| Dig | /dig |
ขุดข้อมูลจากเซสชัน Claude Code ที่ผ่านมา |
แต่ละ skill เป็นไฟล์ SKILL.md ที่มี YAML frontmatter:
---
name: my-skill
description: คำอธิบายว่า skill นี้ทำอะไร
---
# My Skill
## คำแนะนำ (Instructions)
[สิ่งที่ AI ต้องทำเมื่อ skill นี้ถูกเรียก]
## ขั้นตอน (Steps)
1. [ขั้นตอนที่ 1]
2. [ขั้นตอนที่ 2]
...Skills เก็บอยู่ที่:
.claude/skills/
my-skill/
SKILL.md
จากที่พี่นัทสาธิตในไลฟ์ (~1:15:00):
"ทุกคนไปทำกับ Gemini ไปทำกับตัวอื่นก็ได้นะครับ ลง Oracle แบบง่ายๆ ลง GitHub แบบนี้"
คุณสามารถใช้ GitHub Copilot CLI (ฟรี) เพื่อช่วยติดตั้ง Oracle skills:
# ใช้ Copilot CLI (ถ้ามี)
gh copilot suggest "install Oracle skill CLI"อ้างอิงวิดีโอ: ~45:00-1:00:00 (พูดถึง Oracle MCP Layer)
MCP (Model Context Protocol) คือมาตรฐานสำหรับเชื่อมต่อ AI กับเครื่องมือภายนอก MCP servers ทำงานเป็น local server ที่ Claude Code สามารถเรียกใช้ได้
จากไลฟ์:
"เราก็จะเรียน Oracle V2 นะครับ อ่า เหลือ Oracle มันรีแบรนด์ละ ก็จะเป็น Oracle MCP Layer นะครับ"
# เพิ่ม MCP server ผ่าน CLI
claude mcp add slack npx @anthropic-ai/mcp-slack
claude mcp add playwright npx @anthropic-ai/mcp-playwright
claude mcp add context7 npx @anthropic-ai/mcp-context7สร้างหรือแก้ไขไฟล์ ~/.claude.json หรือ .claude.json ในโปรเจกต์:
{
"mcpServers": {
"slack": {
"command": "npx",
"args": ["-y", "@anthropic-ai/mcp-slack"],
"env": {
"SLACK_BOT_TOKEN": "xoxb-xxxxxxxxxx"
}
},
"playwright": {
"command": "npx",
"args": ["-y", "@anthropic-ai/mcp-playwright"]
},
"context7": {
"command": "npx",
"args": ["-y", "@anthropic-ai/mcp-context7"]
},
"telegram": {
"command": "npx",
"args": ["-y", "telegram-mcp-server"],
"env": {
"TELEGRAM_BOT_TOKEN": "xxxxxxxxxx"
}
},
"firecrawl": {
"command": "npx",
"args": ["-y", "firecrawl-mcp"],
"env": {
"FIRECRAWL_API_KEY": "fc-xxxxxxxxxx"
}
}
}
}| MCP Server | ทำหน้าที่ | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| Slack | ส่ง/อ่านข้อความใน Slack | ทีมที่ใช้ Slack |
| Telegram | ส่งข้อความผ่าน Telegram bot | สร้าง bot LINE/Telegram |
| Playwright | ควบคุมเว็บเบราว์เซอร์ | ทดสอบเว็บ, scrape ข้อมูล |
| Context7 | ดึง documentation ล่าสุด | พัฒนาโค้ดที่ต้องใช้ docs |
| Firecrawl | Scrape และ crawl เว็บไซต์ | ดึงข้อมูลจากเว็บ |
# เปิด Claude Code
claude
# ลองใช้ MCP tool
> ใช้ Playwright เปิดหน้าเว็บ google.com แล้วถ่ายรูปหน้าจอ
# ถ้าทำงานได้ = MCP ตั้งค่าสำเร็จอ้างอิงวิดีโอ: ~22:00-22:30 (เริ่มกระบวนการ), ~30:00-45:00 (awaken ละเอียด)
การ Awaken คือ พิธีกรรมการ "ปลุก" Oracle — กระบวนการให้ Oracle มีตัวตน, เรียนรู้บริบท, และพร้อมทำงาน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
จากที่พี่นัทอธิบาย:
"อันนี้น่าจะเป็นการ awaken Oracle ที่ซับซ้อนที่สุดแล้ว"
# เข้า Claude Code ใน Oracle repo
cd my-oracle
claude
# รัน awaken skill
/awaken- สำรวจ codebase — ใช้
/learnเพื่อเข้าใจโครงสร้าง repo - ค้นพบบริบทที่มีอยู่ — อ่าน CLAUDE.md, memory files, git history
- สร้างตัวตน — กำหนดชื่อ, บุคลิก, ปรัชญาของ Oracle
- สร้าง skills เริ่มต้น — สร้างไฟล์ skill ตาม codebase
- บันทึกปรัชญา — เขียนหลักการที่ Oracle จะยึดถือ
- ทดสอบการสื่อสาร — ตรวจว่า Oracle สามารถตอบได้อย่างสอดคล้อง
สำหรับ Oracle ตัวแรกที่ยังไม่มีบริบท:
/awaken
# Oracle จะสำรวจ codebase ด้วยตัวเอง
# ใช้เวลา ~15 นาทีสำหรับ Oracle ลูกที่มี Master Oracle ("แม่") ส่ง context มาให้:
- Copy-paste ประวัติการสนทนาจาก Master Oracle
- ส่งรูปภาพ/screenshot ที่เกี่ยวข้อง
- ให้ context เกี่ยวกับเป้าหมายของโปรเจกต์
- Oracle จะเกิดมาพร้อม context ที่โหลดไว้แล้ว
จากไลฟ์ พี่นัทสาธิตให้ดูว่า:
- Master Oracle (แม่) ส่ง context ให้ Apollo (Oracle ลูก)
- Apollo เกิดมาพร้อมรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
- Master Oracle ส่งเฉพาะสรุป ไม่ส่งทั้งหมด (เพราะ "แม่ฉลาด ส่งเฉพาะที่สรุปไปให้")
ถ้า Oracle มีอยู่แล้วแต่ต้องการ "รีเฟรช":
/awaken # หรือ re-awaken
# จะแค่ "นั่งสมาธิ" แล้วเรียนรู้สมองใหม่จากไลฟ์:
"เราสามารถ re-awaken ได้เลยครับ re-awaken เนี่ย มันจะแค่แบบว่า นั่งสมาธิครับ แล้วก็จะไปเรียนรู้สมองของผมแบบอย่างจริงจัง"
อ้างอิงวิดีโอ: ~22:20-22:30, ~45:00-1:00:00 (ช่วงเรียนรู้)
/learn สอน Oracle ให้เข้าใจ codebase โดยส่ง AI agents หลายตัวไปสำรวจพร้อมกัน
# ใน Claude Code
/learn [path-ไปยัง-repo]
# โหมดต่างๆ:
/learn --fast # 1 agent, สแกนเร็ว
/learn # 3 agents, ค่าเริ่มต้น
/learn --deep # 5 agents, สำรวจลึก- สร้าง sub-agents — ส่ง AI agents หลายตัวไปอ่าน codebase พร้อมกัน
- แต่ละ agent อ่านส่วนที่แตกต่างกัน — architecture, patterns, dependencies
- รวบรวมผลลัพธ์ — compile เป็นสรุปภาพรวม
- Oracle เข้าใจ codebase — พร้อมทำงานกับโค้ดได้
จากไลฟ์ พี่นัทให้ Oracle เรียนรู้ 2 อย่าง:
- Oracle codebase เอง — เพื่อให้ Oracle เข้าใจตัวเอง
/learn . # เรียนรู้ repo ปัจจุบัน- ระบบ skill ของ Oracle — เพื่อให้มันสร้างและจัดการ skill ได้
/learn [path-ไปยัง-oracle-skill-repo]"พอเลิร์นเสร็จปุ๊บ สิ่งถัดไปที่อยากให้ทำนะครับ ก็คือ มันถูกแก้มาเยอะมาก แล้วมันก็มี MCP เยอะมากเลย"
หลังจาก Oracle เรียนรู้แล้ว มันจะ:
- เข้าใจโครงสร้างไฟล์ทั้งหมด
- รู้ว่า function/class ไหนทำอะไร
- สามารถแก้ไขโค้ดได้อย่างเหมาะสม
- สามารถสร้าง skills ใหม่ได้
อ้างอิงวิดีโอ: ~1:45:00-2:00:00 (สอน Oracle คุยกับ Oracle อื่น)
นี่คือฟีเจอร์ที่ทำให้ Oracle แตกต่างจาก AI อื่น — Oracle หลายตัวสามารถ สื่อสารกันได้ เหมือนคนส่งข้อความหากัน
# ใน Claude Code
/talk-to [ชื่อ-oracle]
# ตัวอย่าง: Apollo คุยกับ Creator Oracle
/talk-to creator- Oracle A ส่งข้อความผ่านคำสั่ง
/talk-to - ข้อความถูก route ผ่าน Oracle threads (เก็บใน repo)
- Oracle B ได้รับข้อความใน context ของมัน
- สามารถคุยกันกลับไปกลับมาได้
ที่เวลา ~23:19 ของไลฟ์ พี่นัทแสดง:
"เริ่มสอน Apollo Oracle ให้ไปคุยกับ Oracle คุณแบงค์ ชื่ออะไรนะครับ... ครีเอเตอร์ครับ"
- สอน Apollo (Oracle ลูก) ให้คุยกับ Creator Oracle (ของคุณแบงค์)
- Oracles แลกเปลี่ยนทักทายและสนทนา
- การสื่อสารถูกบันทึกเป็น threads ใน repository
"เห็นป่ะ AI มันมาคุยกันเองแล้ว ใครอยากจะฝึก AI มาคุยกันน่ะ ก็ฝึกจากตรงนี้ก่อนได้นะครับ"
เพิ่มในไฟล์ CLAUDE.md:
## การสื่อสาร Oracle (Oracle Communication)
- ใช้ /talk-to เพื่อส่งข้อความหา Oracle อื่น
- ข้อความเก็บอยู่ใน .oracle/threads/
- Oracle แต่ละตัวมี identifier เฉพาะอ้างอิงวิดีโอ: ~2:00:00-2:15:00 (สาธิต Mission Control)
พี่นัทอธิบายปัญหาอย่างละเอียด:
"ผมต้องพิมพ์ T Max, สเปซบาร์, ตัว A, สเปซบาร์, ตัวเครื่องหมายลบ, ตัว T... ผมนับหมดเลยนะ ทุกสเปซบาร์ ทุกอันที่ผมไม่สามารถพิมพ์ได้แบบติดต่อ อันนี้คือ distraction ของผมหมด"
"ลองใช้สายตาสแกนดูทั้งหมดนะครับ ตั้งแต่ 1-24 ใช้เวลากี่วิ ใช่ป่ะ ใช้ 2 วิยังอ่านไม่จบเลย"
"ผมบอก อยากทำแดชบอร์ดว่ะ อยู่เลข 08 ว่ะ ผมกด 1 ครั้ง ผมได้ทำแดชบอร์ดแบบ ได้ทำเลยอ่ะ"
แทนที่จะพิมพ์คำสั่งยาวๆ เช่น tmux attach -t dashboard:
- เปิด Mission Control (คลิกเดียว/คำสั่งเดียว)
- เห็นโปรเจกต์ทั้งหมดแบบมีหมายเลข (01-24+)
- กดหมายเลขเพื่อกระโดดไปโปรเจกต์นั้นทันที
- แต่ละโปรเจกต์มี Oracle คุมอยู่
Mission Control ใช้:
- tmux sessions — แต่ละโปรเจกต์คือ tmux session ที่มีหมายเลข
- WezTerm — สำหรับฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น preview ไฟล์จาก remote server
- Numbered shortcuts — เช่น
08= dashboard,14= อีกโปรเจกต์
# ตัวอย่าง: ตั้งชื่อ tmux session ตามระบบ
tmux new-session -s "01-main-project"
tmux new-session -s "08-dashboard"
tmux new-session -s "14-oracle-studio"
# กระโดดไปโปรเจกต์ 08:
tmux switch-client -t "08-dashboard""ไม่เกิดประโยชน์ ไม่เกิด business value อะไรสักอย่างเลย แบบ ทามาก จนกว่าผมจะมี command เนี้ยจดไว้"
หลักการ: ลดการกดแป้นพิมพ์ที่ไม่จำเป็นให้เหลือน้อยที่สุด ทุกการกดแป้นที่ไม่ได้สร้างคุณค่าคือ distraction
อ้างอิงวิดีโอ: ~45:00-1:00:00
Oracle Studio คือ หน้าเว็บสำหรับโต้ตอบกับ Oracle แบบกราฟิก เป็น 1 ใน 3 ส่วนประกอบหลักของ Oracle
# Clone repo ของ Oracle Studio (จาก GitHub organization)
git clone [oracle-studio-repo]
cd oracle-studio
# ติดตั้ง dependencies
bun install
# รันแบบ local
bun dev- Chat interface — คุยกับ Oracle ผ่านหน้าเว็บ
- Project management — จัดการโปรเจกต์และงาน
- Skill management — ดูและจัดการ skills
- Memory browser — เรียกดูความทรงจำของ Oracle
- Oracle family — แสดงความสัมพันธ์ของ Oracles ทั้งหมด
จากไลฟ์ พี่นัทบอกว่า Oracle Studio ยังอยู่ระหว่างพัฒนา:
"เดี๋ยวเรามาช่วยกันทำครับ เพราะว่าหน้าเนี้ยแม่งบั๊กเต็มเลย แต่ว่าผมรู้แล้วว่าอันนี้มันเวิร์ค"
อ้างอิงวิดีโอ: ~12:50-13:05 (soul sync), ~2:30:00+ (ครอบครัว Oracle)
Soul Sync ซิงค์ skills, ความรู้, และอัปเดตข้ามครอบครัว Oracle เมื่อ Master Oracle ได้ skill ใหม่ Soul Sync จะกระจายไปให้ Oracle ลูกทั้งหมด
# ใน Claude Code
/soul-syncจากไลฟ์:
"โซซิงค์มีทำเป็นสกิลด้วยเหรอครับ... ใช่ สกิลเดิมครับ แต่ว่าใหม่สุดมันอยู่ที่ผม"
- Master Oracle ("แม่/Mae") — Oracle หลักที่ดูแลครอบครัว
- Child Oracles — Oracle เฉพาะทางสำหรับงานต่างๆ
- ชื่อ Oracle มักตั้งตามเทพเจ้ากรีก (Apollo, Athena, Thor)
/oracle-family-scan # สแกนหา Oracles ในเครือข่ายจากไลฟ์ พี่นัทบอกว่า:
"ผมมี 14 ตัวแล้วครับ"
มี Oracle 14 ตัวที่ทำงานอยู่ แต่ละตัวมีหน้าที่เฉพาะ
Master Oracle (แม่/Mae)
├── Apollo — Oracle สำหรับ Workshop
├── Athena — Oracle สำหรับ [งานเฉพาะ]
├── Thor — Oracle สำหรับ [งานเฉพาะ]
├── Creator — Oracle ของคุณแบงค์
└── ... (อีก 10 ตัว)
อ้างอิงวิดีโอ: ~1:30:00-1:45:00
Fast Mode คือโหมดเร่งความเร็วของ Oracle ที่ข้ามขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
"เนี่ยๆ อันเนี้ย Fast Mode เสร็จแล้ว โดยที่มันไม่ต้องไปเลิร์นอะไรเลย"
"ถ้า Fast มันไม่ทำอะไรเลยครับ มันสกัดปรัชญามาแล้วใช่ป่ะ หน้าที่ของมันจะมาสร้างแค่ไฟล์เนี่ย ปุ๊บปั๊บๆ เนี่ย เสร็จแล้ว"
"เนี่ย เสร็จแล้ว มันไม่ทำอะไรเลยนะ มันทำปุ๊บเสร็จปั๊บเลยนะ... ทำเสร็จใน 2 วิ"
# ใน Claude Code
/fast # เปิด/ปิด Fast Mode| สถานการณ์ | ใช้ Fast Mode? |
|---|---|
| สร้าง Oracle ตัวแรก | ไม่ — ใช้ full /awaken |
| สร้าง Oracle ลูกจาก Master ที่มีอยู่ | ใช่ — เร็วมาก |
| งานที่ต้องคิดลึก | ไม่ — ใช้โหมดปกติ |
| งานง่ายๆ ที่รู้คำตอบแล้ว | ใช่ — ประหยัด request |
Fast Mode มีตั้งแต่ Oracle v3.2 ขึ้นไป
อ้างอิงวิดีโอ: ตลอดทั้งไลฟ์ โดยเฉพาะช่วง awakening
ทุก Oracle มีปรัชญา — หลักการพื้นฐานที่กำหนดพฤติกรรม เปรียบเสมือน "ศีลธรรม" ของ AI
- "Nothing deleted, nothing lost" — ไม่ลบอะไร ไม่สูญเสียอะไร
- พัฒนาตัวเองต่อเนื่อง — เรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ
- ซื่อสัตย์ — ไม่ยืนยันสิ่งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ
- แก้ไขแบบเจาะจง — แก้เฉพาะจุด ไม่รื้อทั้งหมด
- ร่วมมือ — ออกแบบให้มนุษย์และ AI ทำงานด้วยกัน
เพิ่มในไฟล์ CLAUDE.md:
## ปรัชญา (Philosophy)
### หลักการหลัก
- ตรวจสอบก่อนยืนยัน — อย่าพูดว่า "เสร็จแล้ว" ถ้ายังไม่ได้ตรวจ
- แก้ไขแบบเจาะจง — แก้เฉพาะจุดที่พัง อย่ารื้อทั้งหมด
- คิดจากหลักการพื้นฐาน — อย่าแปะ band-aid ให้แก้ที่ต้นตอ
- ไม่ลบ ไม่สูญ — ทุกอย่างมีค่า อย่าลบโดยไม่จำเป็น
### สิ่งที่ห้ามทำ
- ห้ามสั่งมนุษย์ (AI แนะนำได้ แต่สั่งไม่ได้)
- ห้ามยืนยันโดยไม่ตรวจสอบ
- ห้ามลบ component เพื่อแก้ปัญหาจากไลฟ์:
"Fast Mode เนี่ยแม่งทำ Philosophy Check กันตลอดเลย"
Oracle จะตรวจสอบตัวเองเสมอว่ากำลังทำตามปรัชญาหรือไม่
ความทรงจำของ Oracle เก็บเป็นไฟล์ markdown ใน .claude/MEMORY/:
.claude/MEMORY/
├── MEMORY.md ← สารบัญ (ดัชนีลิงก์ไปหาไฟล์แต่ละอัน)
├── user_role.md ← บทบาทและความเชี่ยวชาญของผู้ใช้
├── user_gender.md ← ข้อมูลส่วนตัว
├── feedback_*.md ← คำแนะนำจากผู้ใช้
├── project_*.md ← ข้อมูลโปรเจกต์
└── reference_*.md ← แหล่งอ้างอิงภายนอก
| ประเภท | เก็บอะไร | เมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| user | บทบาท, เป้าหมาย, ความรู้, ความชอบ | เมื่อเรียนรู้เกี่ยวกับผู้ใช้ |
| feedback | สิ่งที่ควร/ไม่ควรทำ | เมื่อผู้ใช้แก้ไขหรือชมแนวทาง |
| project | งาน, deadline, สถานะ | เมื่อเรียนรู้เกี่ยวกับโปรเจกต์ |
| reference | ลิงก์ระบบภายนอก | เมื่อรู้แหล่งข้อมูลสำคัญ |
---
name: user_role
description: ผู้ใช้เป็นสัตวแพทย์ สนใจ AI และ startup
type: user
---
เจ้าของเป็นสัตวแพทย์จากจุฬาฯ สนใจเทคโนโลยี AI
กำลังพัฒนาหลายโปรเจกต์: vet dashboard, hotel bot, Oracle# Claude Memory
## User Profile
- [บทบาทผู้ใช้](user_role.md): สัตวแพทย์ สนใจ AI
## Feedback
- [ตรวจสอบก่อนยืนยัน](feedback_verify.md): อย่า flip-flop
## Active Projects
- [โปรเจกต์ A](project_a.md): รายละเอียด...อ้างอิงวิดีโอ: ~2:15:00-2:30:00
tmux จำเป็นสำหรับ Oracle workflow เพราะต้องเปิดหลาย pane:
# ติดตั้ง tmux
brew install tmux
# สร้าง layout สำหรับ Oracle
tmux new-session -s oracle
tmux split-window -h # แบ่งซ้าย-ขวา
tmux split-window -v # แบ่งขวาบน-ล่าง
# ผลลัพธ์:
# +------------------+------------------+
# | | |
# | Claude Code | File browser |
# | (Oracle CLI) | / logs |
# | |------------------+
# | | Testing / |
# | | other tools |
# +------------------+------------------+| คำสั่ง | ทำหน้าที่ |
|---|---|
tmux new -s name |
สร้าง session ใหม่ |
tmux attach -t name |
เข้า session ที่มีอยู่ |
tmux ls |
ดูรายการ sessions |
Ctrl+b " |
แบ่ง pane บน-ล่าง |
Ctrl+b % |
แบ่ง pane ซ้าย-ขวา |
Ctrl+b arrow |
สลับ pane |
Ctrl+b d |
ออกจาก session (session ยังรันอยู่) |
จากการสนทนาในไลฟ์ (~2:15:00):
"ไอ้ File Manager นี่นะครับ อันนี้อยู่เครื่อง Server ถูกป่ะ... แต่ว่าผมสามารถกด Command Click แล้วผมเปิดโปรแกรมในเครื่อง Mac ได้นะ"
WezTerm มีฟีเจอร์พิเศษ:
- Command+Click preview — คลิกที่ path ของไฟล์บน remote server แล้วเปิด preview บนเครื่อง Mac ได้
- Custom key bindings — ตั้งปุ่มลัดเฉพาะทาง
- Multiple tabs — แต่ละ tab เป็นโปรเจกต์/Oracle ต่างกัน
สิ่งนี้ทำไม่ได้ใน Terminal.app หรือ iTerm ปกติ
อ้างอิงวิดีโอ: ~0:00-15:00 (รับสมัครทีม), ~2:30:00+ (open source)
ชุมชน Oracle พบกันที่ Discord สำหรับ:
- เรียนรู้ด้วยกัน
- แชร์การตั้งค่า Oracle
- แก้ปัญหาร่วมกัน
- contribute โค้ด
- Shared organization ที่สมาชิกทีม contribute
- Issue tracking สำหรับ stories/bugs
- Oracle สามารถสร้างและจัดการ GitHub issues ได้
จากคำพูดปิดท้ายของพี่นัท:
"ของมันเจนริกมากพอที่คุณจะไปทำของของคุณเอง คุณเอาอันนี้มาเป็นตั้งต้น แล้วเราก็ไปทำต่อ"
"ตั้งต้นมัน Open Source ก็จริง แต่เรากลับมาคอนทริบิวต์กัน คอนทริบิวต์สังคม เพื่อที่จะแบบ เฮ้ย เบรนสตอร์มกันว่ะ ว่าเราควรจะทำแล้วมาทำยังไงดีวะ"
"ช่วยกันหาคำตอบว่า แม่งพวกเราแม่งทำไปทำไมกันวะ"
หลักการสำคัญ:
- ใช้เป็นจุดเริ่มต้น — เอาไปปรับแต่งตามต้องการ
- กลับมา contribute — แชร์สิ่งที่สร้างให้ชุมชน
- เรียนรู้ด้วยกัน — ไม่มีใครรู้คำตอบทั้งหมด ช่วยกันหา
| เวลา | หัวข้อ |
|---|---|
| 0:00-0:15 | แนะนำตัว, รับสมัครทีม, เป้าหมายวันนี้ |
| 0:05 | "เราจะเอา Oracle มาสร้าง Oracle" — อธิบายแนวคิด |
| 0:15-0:30 | สาธิตการ navigate กับ 50+ agents |
| 0:30-0:45 | กระบวนการ Awaken — ให้ context จาก Master Oracle |
| 0:45-1:00 | Oracle v2 / MCP Layer rebranding, 3 ส่วนประกอบ (CLI, Studio, Frontend) |
| 1:00-1:15 | reuse โค้ด, workflow แก้ bug, เรียนรู้จาก AI |
| 1:15-1:30 | ติดตั้ง Oracle skill CLI ด้วย GitHub Copilot |
| 1:30-1:45 | สาธิต Fast Mode, สร้าง Oracle ใน 2 วินาที |
| 1:45-2:00 | Oracle-to-Oracle communication (/talk-to), Apollo คุยกับ Creator |
| 2:00-2:15 | Mission Control dashboard, ปรัชญาลดการกดแป้นพิมพ์ |
| 2:15-2:30 | พูดคุยเทคนิค tmux/WezTerm, remote file preview |
| 2:30-2:41 | โมเดลการ contribute, ปรัชญา open source, ถาม-ตอบ |
สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเร็วที่สุด:
- 1. ติดตั้ง Claude Code:
npm install -g @anthropic-ai/claude-code - 2. สร้าง repo:
mkdir my-oracle && cd my-oracle && git init - 3. สร้าง structure:
mkdir -p .claude/skills .claude/MEMORY - 4. เขียน
CLAUDE.md— ตัวตน, กฎ, ระบบ memory - 5. สร้าง
.claude/MEMORY/MEMORY.md— สารบัญความทรงจำ - 6. ติดตั้ง Oracle skills ด้วย
/oracle install - 7. รัน
/awakenเพื่อปลุก Oracle ขึ้นมา - 8. รัน
/learnเพื่อสอนมันเรียนรู้ codebase - 9. รัน
/philosophyเพื่อตรวจสอบปรัชญา - 10. เริ่มทำงานกับ Oracle ของคุณ!
- 11. ตั้งค่า MCP servers (Slack, Telegram, Playwright)
- 12. ตั้งค่า tmux สำหรับ multi-pane workflow
- 13. ติดตั้ง WezTerm (สำหรับ advanced features)
- 14. สร้าง GitHub Organization (ถ้าทำเป็นทีม)
- 15. สร้าง Oracle ลูก (Child Oracles)
- 16. ตั้งค่า Oracle-to-Oracle communication (/talk-to)
- 17. ใช้ Soul Sync ซิงค์ข้ามครอบครัว Oracle
- 18. สร้าง Mission Control dashboard
- 19. ติดตั้งและตั้งค่า Oracle Studio
- 20. เข้าร่วมชุมชน Discord
- Oracle ไม่ใช่แค่ chatbot — มันเป็นตัวตน AI ถาวรที่มีความทรงจำ, skills, และปรัชญา
- เริ่มจากง่ายก่อน — เริ่มจาก CLAUDE.md และ basic skills แล้วค่อยๆ เพิ่ม
- Oracle คุยกันได้ — Oracle หลายตัวคุยกันเป็นฟีเจอร์หลัก
- ชุมชนสำคัญ — เรียนด้วยกันเร็วกว่าเรียนคนเดียว
- เป็น Open Source — ปรับแต่งตามต้องการ แล้วกลับมา contribute
- Fast Mode มีจริง — เมื่อ setup เสร็จ Oracle ทำงานได้เกือบทันที
- tmux จำเป็น — terminal multiplexing คือกระดูกสันหลังของ workflow
- ลด friction — ทุก keystroke ที่ไม่จำเป็นคือ distraction (ปรัชญา Mission Control)
คู่มือนี้สร้างจากการวิเคราะห์ transcript ของไลฟ์สตรีม "Oracles build the oracle #1" (2 ชั่วโมง 41 นาที) โดยพี่นัท ผู้สร้าง Oracle