Skip to content

Instantly share code, notes, and snippets.

@pramoth
Created June 6, 2026 16:40
Show Gist options
  • Select an option

  • Save pramoth/9718c221ad0fb41238c6fd5f25627443 to your computer and use it in GitHub Desktop.

Select an option

Save pramoth/9718c221ad0fb41238c6fd5f25627443 to your computer and use it in GitHub Desktop.

ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐานครับ ไม่ต้องกังวลเลยนะครับว่าตอนนี้ยังไม่เก่ง เราจะค่อย ๆ เดินไปทีละก้าวอย่างมั่นคงและละเอียดที่สุด ตามแนวทางของหนังสือ Kiselev ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความชัดเจน การพิสูจน์ทุกอย่างจากหลักการแรกเริ่ม (First Principles) และการปูพื้นฐานที่แน่นหนาครับ

เรามาเริ่มกันที่ ส่วนที่ 1: แนวคิดเบื้องต้น (Preliminary Concepts) กันเลยครับ


1. การใช้ตัวอักษรแทนจำนวน (Use of Letters)

ในคณิตศาสตร์ขั้นสูงหรือพีชคณิต เราจะไม่ใช้เพียงแค่ตัวเลข (เช่น $1, 2, 3$) เท่านั้น แต่เราจะใช้ ตัวอักษร (เช่น $a, b, c, x, y$) มาแทนสิ่งที่เราเรียกว่า "จำนวนทั่วไป" หรือ "ตัวแปรที่ยังไม่ระบุค่า"

  • ทำไมต้องใช้ตัวอักษร? ถ้าเราเขียนว่า $2 + 3 = 3 + 2$ มันเป็นจริงแค่สำหรับเลข $2$ กับ $3$ เท่านั้น แต่ถ้าเราต้องการบอกว่า "จำนวนใด ๆก็ตาม บวกกับอีกจำนวนหนึ่ง สลับที่กันแล้วผลลัพธ์ย่อมเท่ากันเสมอ" เราสามารถเขียนสั้น ๆ และครอบคลุมกฎนี้ได้ด้วยตัวอักษรว่า:

$$a + b = b + a$$

ตัวอักษรช่วยให้เราสร้าง "กฎทั่วไป" ที่ใช้ได้กับทุกจำนวนในโลกครับ

2. นิพจน์พีชคณิต (Algebraic Expressions)

นิพจน์พีชคณิต คือ การนำตัวเลข ตัวอักษร และเครื่องหมายดำเนินการทางคณิตศาสตร์ (บวก ลบ คูณ หาร) มารวมกันเป็นข้อความสัญลักษณ์

  • เช่น $3a + 5b$, $x^2 - 4$, หรือ $\frac{a+b}{c}$
  • ข้อตกลงในการเขียน: ในพีชคณิต เรามักจะละเครื่องหมายคูณระหว่างตัวเลขกับตัวอักษร หรือระหว่างตัวอักษรด้วยกัน เช่น $3 \times a$ จะเขียนสั้น ๆ ว่า $3a$ และ $a \times b$ จะเขียนว่า $ab$

3. การดำเนินการ และลำดับการดำเนินการ (Operations & Order of Operations)

เมื่อมีนิพจน์ที่ยาวขึ้น เราจำเป็นต้องมี "กฎจราจร" เพื่อให้ทุกคนคำนวณแล้วได้ผลลัพธ์ตรงกันเสมอ เรียกว่า ลำดับการดำเนินการ 1. วงเล็บ (Brackets): ทำในวงเล็บก่อนเสมอ เพื่อเปลี่ยนกลุ่มก้อนนั้นให้เป็นจำนวนเดียว 2. คูณและหาร (Multiplication & Division): ทำจากซ้ายไปขวา 3. บวกและลบ (Addition & Subtraction): ทำจากซ้ายไปขวาเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ตัวอย่าง: $10 - 2 \times (3 + 1)$

  • ขั้นแรก ทำในวงเล็บ: $3 + 1 = 4$ จะได้ $10 - 2 \times 4$
  • ขั้นต่อมา ทำการคูณ: $2 \times 4 = 8$ จะได้ $10 - 8$
  • ขั้นสุดท้าย ทำการลบ: $10 - 8 = 2$

4. คุณสมบัติและกฎพื้นฐานของการดำเนินการ (The Laws and Proofs)

นี่คือหัวใจของ Kiselev ครับ เราจะมาดูคุณสมบัติของการดำเนินการทั้ง 4 อย่าง โดยมองว่ามันคือ "กฎ (Laws)" ที่ถูกสร้างขึ้นจากสัจพจน์พื้นฐาน

กฎของการบวก (Properties of Addition)

เรานิยามการบวกว่าคือการ "นับต่อ" หรือการรวมกลุ่มของสิ่งของเข้าด้วยกัน

  1. กฎการสลับที่ของการบวก (Commutative Law of Addition)
  • กฎกล่าวว่า: $a + b = b + a$
  • การอธิบายจากหลักการแรกเริ่ม: สมมติว่าเรามีวัตถุสองกลุ่ม กลุ่มแรกมี $a$ ชิ้น กลุ่มที่สองมี $b$ ชิ้น การหาผลรวมทั้งหมดไม่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหยิบกลุ่มไหนมาวางก่อน ถ้าเราเอาชุด $a$ ตั้งแล้วนับต่อด้วยชุด $b$ จำนวนรวมที่ได้ย่อมเท่ากับการเอาชุด $b$ ตั้งแล้วนับต่อด้วยชุด $a$ เพราะปริมาณวัตถุทั้งหมดไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามลำดับการมองของเรา
  1. กฎการเปลี่ยนหมู่ของการบวก (Associative Law of Addition)
  • กฎกล่าวว่า: $(a + b) + c = a + (b + c)$
  • การอธิบายจากหลักการแรกเริ่ม: เมื่อเราต้องการรวมวัตถุสามกลุ่ม ($a$, $b$, และ $c$) ผลรวมทั้งหมดจะไม่เปลี่ยนไปไม่ว่าเราจะรวมคู่ไหนก่อน การเอากลุ่ม $a$ มารวมกับ $b$ ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยนำกลุ่ม $c$ มารวมเข้าด้วยกัน ย่อมให้ผลลัพธ์สุดท้ายเท่ากับการเอาการรวมกันของ $b$ กับ $c$ ไปใส่รวมเข้ากับกลุ่ม $a$

กฎของการลบ (Properties of Subtraction)

เรานิยามการลบว่าคือ "การดำเนินการย้อนกลับของการบวก" นั่นคือ ประโยค $a - b = x$ หมายความว่า $x$ คือจำนวนที่เมื่อนำไปบวกกับ $b$ แล้วจะได้เท่ากับ $a$ ($x + b = a$)

  • กฎการลบจำนวนด้วยผลบวก: $a - (b + c) = a - b - c$
  • พิสูจน์: เราต้องการพิสูจน์ว่า ถ้าเราหัก $b+c$ ออกจาก $a$ จะมีค่าเท่ากับการหัก $b$ ออกก่อนแล้วค่อยหัก $c$ ออกทีหลัง
  • ตามนิยามของการลบ ถ้าเราเอาผลลัพธ์ฝั่งขวา $(a - b - c)$ ไปบวกย้อนกลับด้วย $(b + c)$ แล้วมันได้เท่ากับ $a$ แสดงว่ากฎนี้เป็นจริง
  • ลองบวกย้อนกลับ: $(a - b - c) + (b + c)$
  • ใช้กฎการเปลี่ยนหมู่และการสลับที่ของการบวก: จะเห็นว่าชิ้นส่วน $-b$ จะไปหักล้างกับ $+b$ และ $-c$ จะไปหักล้างกับ $+c$ ผลลัพธ์จึงกลับมาเป็น $a$ เสมอ

กฎของการคูณ (Properties of Multiplication)

เรานิยามการคูณด้วยจำนวนเต็มว่าคือ "การบวกซ้ำ ๆ กัน" เช่น $a \times b$ หมายถึง การนำ $a$ มาบวกกันทั้งหมด $b$ ตัว

  1. กฎการสลับที่ของการคูณ (Commutative Law of Multiplication)
  • กฎกล่าวว่า: $a \times b = b \times a$
  • การอธิบายจากหลักการแรกเริ่ม: จินตนาการถึงการจัดเรียงวัตถุเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Grid) ที่มีแถวแนวนอน $a$ แถว และคอลัมน์แนวตั้ง $b$ คอลัมน์
  • ถ้านับตามแถว เราจะได้ $a$ บวกกัน $b$ ครั้ง ($a \times b$)
  • ถ้านับตามคอลัมน์ (หรือหมุนรูปมองอีกมุมหนึ่ง) เราจะได้ $b$ บวกกัน $a$ ครั้ง ($b \times a$)
  • เนื่องจากจำนวนวัตถุในตารางนั้นมีเท่าเดิมเสมอ ดังนั้น $a \times b = b \times a$
  1. กฎการแจกแจง (Distributive Law of Multiplication over Addition)
  • กฎกล่าวว่า: $a \times (b + c) = (a \times b) + (a \times c)$
  • การอธิบายจากหลักการแรกเริ่ม: สมมติว่าเรามีกล่องที่มีความกว้าง $a$ และยาวต่อกันสองส่วน ส่วนแรกยาว $b$ ส่วนที่สองยาว $c$ ความยาวรวมคือ $b + c$
  • พื้นที่ทั้งหมดของกล่องนี้คือ กว้าง $\times$ ยาวรวม = $a \times (b + c)$
  • ในอีกมุมหนึ่ง เราสามารถหาพื้นที่แยกเป็นสองกล่องย่อยแล้วนำมาบวกกันได้ กล่องแรกมีพื้นที่ $a \times b$ และกล่องที่สองมีพื้นที่ $a \times c$
  • เนื่องจากพื้นที่รวมย่อมเท่ากับผลรวมของพื้นที่ย่อยเสมอ ดังนั้น $a \times (b + c) = (a \times b) + (a \times c)$

กฎของการหาร (Properties of Division)

เรานิยามการหารว่าคือ "การดำเนินการย้อนกลับของการคูณ" นั่นคือ $\frac{a}{b} = x$ หมายความว่า $x$ คือจำนวนที่เมื่อคูณด้วย $b$ แล้วจะได้เท่ากับ $a$ ($x \times b = a$ โดยที่ $b \neq 0$)

  • กฎการแจกแจงของการหาร: $\frac{b + c}{a} = \frac{b}{a} + \frac{c}{a}$
  • อธิบาย: การแบ่งผลรวมของสองสิ่งให้คน $a$ คน เท่ากับการนำสิ่งแรกมาแบ่งให้คน $a$ คนก่อน แล้วค่อยนำสิ่งทีสองมาแบ่งให้คน $a$ คน แล้วนำส่วนแบ่งมารวมกัน

เพื่อความเข้าใจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นตามสไตล์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เรามาลองทดสอบความเข้าใจในแนวคิดพื้นฐานเหล่านี้ด้วยแบบทดสอบสั้น ๆ กันครับ ไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ ค่อย ๆ คิดตามหลักการที่เราเพิ่งเรียนไปข้างต้นได้เลยครับ

การเรียนคณิตศาสตร์ให้เก่งไม่ได้อยู่ที่ความเร็วครับ แต่อยู่ที่ความเข้าใจว่า "ทำไม" มันถึงเป็นเช่นนั้น ขอให้มั่นใจในตัวเองและลองทำแบบทดสอบดูนะครับ! ถ้าติดขัดตรงไหน เรามาพูดคุยและวิเคราะห์ไปทีละข้อด้วยกันได้เลยครับ

Sign up for free to join this conversation on GitHub. Already have an account? Sign in to comment